ขึ้นทะเบียนเกษตรกรเลี้ยงสุกร 2569/70 ก่อนพลาดสิทธิ์เงินช่วยเหลือ

การขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรถือเป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญที่เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรไม่ควรมองข้าม เพราะฐานข้อมูลทะเบียนเกษตรกรคือสิ่งที่ภาครัฐใช้เป็นหลักในการพิจารณาสิทธิ์รับความช่วยเหลือต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกรณีน้ำท่วม ภัยแล้ง หรือมาตรการเยียวยาอื่นๆ

 

ทำไม? การขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรถึงสำคัญ

เนื่องจากกรมปศุสัตว์จะเลือกใช้ฐานข้อมูลทะเบียนเกษตรกรเป็นเครื่องมือหลักในการวางแผนพัฒนา และส่งความช่วยเหลือให้ถึงมือเกษตรกรอย่างตรงจุด หากข้อมูลทะเบียนไม่เป็นปัจจุบัน เกษตรกรอาจพลาดสิทธิ์รับการสนับสนุนจากภาครัฐโดยไม่รู้ตัว โดยสิทธิประโยชน์ที่เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรที่ขึ้นทะเบียนจะได้รับ เช่น

02.สิทธิประโยชน์การขึ้นทะเบียนเกษตรกร 

  • สิทธิ์รับการเยียวยาเมื่อเกิดภัยพิบัติและโรคระบาด: หากฟาร์มประสบภัยธรรมชาติ (เช่น น้ำท่วม ภัยแล้ง) หรือเกิดโรคระบาดร้ายแรงในสุกร (เช่น ASF หรือโรคหูฟ้า) รัฐบาลจะใช้ฐานข้อมูลนี้ในการจ่ายเงินชดเชยเยียวยาความเสียหาย หากไม่ได้ขึ้นทะเบียนจะไม่ได้รับสิทธิ์นี้   
  • การเข้าร่วมโครงการสนับสนุนจากภาครัฐ: ได้สิทธิ์เข้าร่วมโครงการต่างๆ ของรัฐบาล เช่น โครงการประกันภัยปศุสัตว์ โครงการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ หรือมาตรการแทรกแซงราคาสุกรตกต่ำ
  • การรับปัจจัยการผลิตและวัคซีนฟรี: ได้รับการสนับสนุนวัคซีนป้องกันโรค เวชภัณฑ์ น้ำยาฆ่าเชื้อ ตลอดจนสิทธิ์เข้ารับการฝึกอบรมพัฒนาทักษะการเลี้ยงสุกรให้ได้มาตรฐานจากกรมปศุสัตว์

 

ข้อควรรู้สำคัญ: ตามหลักเกณฑ์การช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินฉบับใหม่ ซึ่งประกาศเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป กำหนดว่าเกษตรกรจะต้องขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรไว้กับหน่วยงานที่กำกับดูแล ก่อนเกิดภัยพิบัติ จึงจะมีสิทธิ์ได้รับการพิจารณาช่วยเหลือ ดังนั้นการขึ้นทะเบียนล่วงหน้าจึงเป็นเรื่องที่ควรทำให้เรียบร้อยตั้งแต่วันนี้ ไม่ควรรอให้เกิดเหตุก่อนแล้วค่อยดำเนินการ 

ที่มา: กรมส่งเสริมการเกษตร

03.คุณสมบัติผู้ขอขึ้นทะเบียนเกษตรกร

ผู้ขอขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ต้องมีการเลี้ยงปศุสัตว์ หรือปลูกพืชอาหารสัตว์จริง และมีคุณสมบัติตามกรณี ดังนี้ 

  • บุคคลธรรมดา ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย และมีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
  • นิติบุคคล ต้องเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย
  • หน่วยงานหรือองค์กร หน่วยงานราชการ วัด โรงเรียน และสถาบันการศึกษาที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย สามารถดำเนินการขึ้นทะเบียนได้ 
 

ซึ่งสามารถขอขึ้นทะเบียนได้ 1 คนต่อครัวเรือนเกษตรกร โดยเอกสารที่จะต้องเตรียม คือ บัตรประชาชนตัวจริง เพื่อใช้ประกอบการยื่นคำขอขึ้นทะเบียน 

 อัตราการจ่ายเงินเยียวยา

โดยภาครัฐสนับสนุนค่าอาหารสัตว์ วัคซีน และเวชภัณฑ์ตามความจำเป็น ซึ่งอัตราการจ่ายเงินเยียวยาผู้เลี้ยงสุกรจำแนกตามช่วงอายุของสุกร (เสียหายจริง ไม่เกินรายละ 10 ตัว) โดยมีการจำแนกดังนี้

  • สุกร อายุ 1 - 30 วัน: อัตราตัวละไม่เกิน 1,500 บาท
  • สุกร อายุ 30 วันขึ้นไป: อัตราตัวละไม่เกิน 3,000 บาท 

ที่มา: สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 

 

เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์ได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐนั้น ทาง United Feed Mill จึงได้รวบรวม 3 วิธีขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรปี 2569/2570 มาให้พร้อมกัน เพื่อให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรเลือกวิธีที่สะดวกที่สุดสำหรับตัวเอง

 

1. แอปพลิเคชัน DLD e-Regist

แอปพลิเคชัน DLD e-Regist

แอปพลิเคชัน DLD e-Regist ของกรมปศุสัตว์ เป็นสมุดทะเบียนเกษตรกรดิจิทัลที่เกษตรกรสามารถใช้ปรับปรุงข้อมูลได้ด้วยตนเองผ่านมือถือ รองรับทั้งระบบ iOS และ Android มีระบบแจ้งเตือนการอนุมัติผ่านหน้าจอโทรศัพท์โดยตรง

iOS: Click Here

Android: Click Here

 

ข้อควรทราบ: จะต้องทำการยืนยันตัวตน (KYC) ตามขั้นตอนของระบบเพื่อความปลอดภัยของข้อมูล แต่สามารถทำได้ง่ายๆผ่าน ThaiID Application

 

คู่มือการใช้งานระบบทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ (DLD e-Regist) : Click Here

 

 

2. เว็บไซต์: eregist.dld.go.th

เว็บไซต์ eregist.dld.go.th

เว็บไซต์เป็นอีกช่องทางออนไลน์ที่เกษตรกรสามารถขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงข้อมูลได้ด้วยตนเองตลอด 24 ชั่วโมง

 

ขั้นตอนเบื้องต้น:

  1. เข้าสู่เว็บไซต์ eregist.dld.go.th 
  2. กดแถบ "ขึ้นทะเบียน"
  3. กรอกข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลแปลงให้ครบถ้วน
  4. อ่านข้อกำหนดและข้อปฏิบัติ จากนั้นกดยืนยัน

หลังจากส่งข้อมูลแล้ว ระบบจะใช้เวลาตรวจสอบข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ประมาณ 5 วันทำการ

 

3. สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ

สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ

ช่องทางดั้งเดิมที่เหมาะสำหรับเกษตรกรที่ไม่สะดวกใช้เทคโนโลยี หรือต้องการคำปรึกษาจากเจ้าหน้าที่โดยตรง และยังสามารถสอบถามเรื่องการดูแลสุกร การขอรับวัคซีน หรือแนวโน้มโรคระบาดในพื้นที่ได้ทันที 

 

โดยจะต้องเดินทางไปเฉพาะช่วงวันและเวลาราชการเท่านั้น (จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น. เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่ที่ตั้งฟาร์มเลี้ยงสุกรเท่านั้น (ไม่สามารถข้ามเขตอำเภอได้)

 

⚠️ ข้อควรระวัง: ระวังมิจฉาชีพแอบอ้าง

เน้นย้ำๆ! ระมัดระวังมิจฉาชีพที่แอบอ้างว่าสามารถอำนวยความสะดวกในการขึ้นทะเบียนเพื่อเข้าร่วมโครงการช่วยเหลือต่างๆ ผ่านช่องทางโทรศัพท์หรือไลน์ ควรตรวจสอบช่องทางการติดต่ออย่างเป็นทางการให้ละเอียดก่อนให้ข้อมูลส่วนตัวทุกครั้ง และดำเนินการขึ้นทะเบียนผ่าน 3 ช่องทางที่เป็นทางการเท่านั้น

 

สรุป

การขึ้นทะเบียนเกษตรกรให้เป็นปัจจุบันคือก้าวแรกที่สำคัญในการรักษาสิทธิ์รับความช่วยเหลือจากภาครัฐ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ไม่อาจคาดเดาได้ เช่น น้ำท่วมหรือภัยแล้ง เกษตรกรสามารถเลือกวิธีที่สะดวกที่สุดจาก 3 ช่องทางข้างต้น และควรดำเนินการให้เรียบร้อยก่อนเกิดเหตุ ไม่ควรรอจนเกิดปัญหาแล้วค่อยดำเนินการ

 

United Feed Mill อยากเป็นเพื่อนคู่คิดที่ช่วยให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรไม่พลาดสิทธิ์ที่ควรได้รับ เรื่องฟาร์มไม่ต้องคิดคนเดียว เพราะเราพร้อมเป็น “เพื่อนคู่คิด” เคียงข้างเกษตรกร แอดไลน์ปรึกษาได้ที่: เพิ่มเพื่อน

 

 

หมายเหตุ: ข้อมูลในบทความนี้อ้างอิงจากประกาศของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ณ ช่วงเวลาที่เผยแพร่ เงื่อนไขและรายละเอียดอาจมีการเปลี่ยนแปลง แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่หรือเว็บไซต์อีกครั้งก่อนดำเนินการ

 


ที่มา: กรมปศุสัตว์ โครงการศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (Government Contact Center)

 

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

 

1. เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกรหรือไม่?

การขึ้นทะเบียนเกษตรกรเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้เลี้ยงสุกร เพราะฐานข้อมูลทะเบียนเกษตรกรเป็นข้อมูลที่ภาครัฐใช้ประกอบการพิจารณาความช่วยเหลือและโครงการสนับสนุนต่าง ๆ โดยควรขึ้นทะเบียนและปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน

 

2. ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรได้ที่ไหนบ้าง?

สามารถขึ้นทะเบียนได้ 3 ช่องทาง ได้แก่ แอปพลิเคชัน DLD e-Regist, เว็บไซต์ eregist.dld.go.th และสำนักงานปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่ที่ตั้งฟาร์ม โดยสามารถเลือกช่องทางที่สะดวกสำหรับตนเองได้

 

3. ใครสามารถขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรได้บ้าง?

ผู้ขอขึ้นทะเบียนต้องมีการเลี้ยงปศุสัตว์หรือปลูกพืชอาหารสัตว์จริง โดยบุคคลธรรมดาต้องมีสัญชาติไทยและอายุ 18 ปีขึ้นไป ส่วนนิติบุคคลต้องจดทะเบียนในประเทศไทย ขณะที่หน่วยงานหรือองค์กรบางประเภทที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยก็สามารถขึ้นทะเบียนได้

 

4. ขึ้นทะเบียนเกษตรกรต้องใช้เอกสารอะไร?

เอกสารที่ต้องเตรียมตามข้อมูลในบทความคือ บัตรประชาชนตัวจริง เพื่อใช้ประกอบการยื่นคำขอขึ้นทะเบียน และสามารถขึ้นทะเบียนได้ 1 คนต่อครัวเรือนเกษตรกร

 

5. ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผ่านมือถือทำอย่างไร?

สามารถใช้แอปพลิเคชัน DLD e-Regist ของกรมปศุสัตว์ มีระบบแจ้งเตือนการอนุมัติผ่านหน้าจอโทรศัพท์โดยตรง ซึ่งรองรับทั้ง iOS และ Android โดยต้องยืนยันตัวตน (KYC) ตามขั้นตอนของระบบ และสามารถดำเนินการผ่าน ThaiID Application ได้

 

6. ขึ้นทะเบียนเกษตรกรออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ทำอย่างไร?

สามารถเข้าเว็บไซต์ eregist.dld.go.th แล้วกด “ขึ้นทะเบียน” จากนั้นกรอกข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลแปลงให้ครบถ้วน อ่านข้อกำหนดและข้อปฏิบัติ แล้วกดยืนยัน หลังส่งข้อมูล ระบบจะใช้เวลาตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ประมาณ 5 วันทำการ ตามข้อมูลในบทความ

 

7. ต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกรก่อนเกิดภัยพิบัติหรือไม่?

ตามหลักเกณฑ์ที่ระบุในบทความ เกษตรกรต้องขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรกับหน่วยงานที่กำกับดูแล ก่อนเกิดภัยพิบัติ จึงจะมีสิทธิ์ได้รับการพิจารณาช่วยเหลือ โดยหลักเกณฑ์ดังกล่าวมีผลตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2569

 

8. ขึ้นทะเบียนเกษตรกรมีสิทธิ์ได้รับเงินเยียวยาหรือไม่?

การขึ้นทะเบียนเป็นข้อมูลที่ภาครัฐใช้ประกอบการพิจารณาความช่วยเหลือเมื่อเกิดภัยพิบัติหรือโรคระบาด โดยบทความระบุว่าเกษตรกรต้องขึ้นทะเบียนก่อนเกิดภัยพิบัติ และการช่วยเหลือเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด สำหรับอัตราที่ระบุในบทความคือ สุกรอายุ 1–30 วัน ตัวละไม่เกิน 1,500 บาท และสุกรอายุ 30 วันขึ้นไป ตัวละไม่เกิน 3,000 บาท โดยความเสียหายต้องเป็นไปตามเกณฑ์และไม่เกินรายละ 10 ตัว

 

Visitors: 119,769